เทพศิรินทร์

DSA Events
SUN
SAT
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
หน้าแรก
ประวัติสมาคมนักเรียนเก่า
ทำเนียบนายกสมาคม
คณะกรรมการสมาคม
ชมรมครูเก่าเทพศิรินทร์
หอเกียรติยศนักเรียนเก่า
บทความจากนักเรียนเก่า
การสนับสนุนโรงเรียน
ตารางเทียบรุ่น
อัลบั้มรูป
อัลบั้มวีดีโอ
เพลงเทพศิรินทร์
เทพศิรินทร์ network
แฟ้มจดหมายข่าว
สมาชิกเว็บฯ ของแต่ละรุ่น
สมัครสมาชิกสมาคมฯ
ติดต่อเรา

โรงเรียนเทพศิรินทร์
Green-Yellow Pages
เว็บบอร์ด

Social Network

facebook twitter youtube


จำนวนครั้งเข้าชม

DSA98 (178)
DSA104 (146)
DSA97 (86)
DSA105 (50)
DSA100 (49)
DSA109 (45)
DSA102 (44)
DSA101 (42)
DSA110 (41)
DSA99 (37)

จำนวนสมาชิกทั้งหมด 1284
จำนวนนักเรียนเก่าทั้งหมด 46719
ศรีบูรพา ศรีเทพศิรินทร์

ศรีบูรพา ศรีเทพศิรินทร์

                วนัสเธอแอบอ่านอะไรใต้โต๊ะ ครูเห็นเธอก้มๆเงยๆตั้งแต่ครูเดินเข้ามาคุณครูยุพยงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้มงวด ดวงตาอันเฉียบคมคู่นั้นจับจ้องมาที่วนัส ประหนึ่งจะทำให้เขาหลอมละลายลงในพริบตา

                อ่าน...เอ่อ...คือ...ผมอ่านวารสารชุมนุมนักเขียนครับ นี่เป็นเล่มล่าสุดประจำเดือนนี้ เพิ่งได้รับแจกมาเมื่อเช้า เนื้อหาก็แสนสนุก คุณครูสนใจจะอ่านไหมครับผมให้ยืมสิ้นเสียงตอบเพื่อนทั้งห้องก็กลั้นหัวเราะกันแทบไม่อยู่ นิสัยกล้าพูดกล้าตอบแกมกวนๆนี้ไม่มีใครเกินเขาสักคน

                เธอกล้ามากนะวนัสที่พูดกับครูเช่นนี้คุณครูยุพยงเอ็ดเสียงเขียว รอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของวนัสค่อยๆเจื่อนลง นักเรียนทั้งห้องเงียบกริบ เพราะต่างรู้ดีว่าระเบิดลูกใหญ่กำลังจะตกลงกลางห้องอีกครั้งหนึ่ง

                เอาละ...ครูจะยกโทษให้เธอครั้งหนึ่งนักเรียนทั้งห้องถอนลมหายใจ คุณครูยุพยงกล่าวต่อไปว่า เพราะเธอทำให้ครูนึกถึงรุ่นพี่เราคนหนึ่ง...ศรีบูรพา

                เขาเป็นเจ้าหรือครับทำไมชื่อไพเราะจังนักเรียนคนหนึ่งยกมือขึ้นถาม

                คุณครูยุพยงยิ้มน้อยๆที่มุมปากอย่างเอ็นดูศรีบูรพาไม่ได้เป็นเจ้าหรอกค่ะนักเรียน อันที่จริงชื่อศรีบูรพานี้เป็นนามแฝงที่ใช้ในการประพันธ์ ท่านมีชื่อจริงว่า กุหลาบ สายประดิษฐ์ เป็นสามัญชนคนหนึ่งเท่านั้น แต่วีรกรรมของท่านน่าสรรเสริญยิ่ง ท่านเป็นนักเขียน นักหนังสือพิมพ์และที่สำคัญท่านเป็นสุภาพบุรุษผู้ต่อสู้เพื่อมนุษยภาพ

            “ศรีบูรพาคนที่เขียนเรื่อง...ข้างหลังภาพใช้ไหมครับ ผมเคยดูตอนเขาทำเป็นภาพยนตร์นักเรียนอีกคนหนึ่งพูดขึ้น

                ใช่จ๊ะ เธอคงจำประโยคสำคัญของเรื่องนั้นได้ ...ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน แต่ฉันก็อิ่มใจว่าฉันมีคนที่ฉันรัก...ซาบซึ้งและเฉียบคมคุณครูยุพยงกล่าวขึ้นอย่างแจ่มใส

                แล้วงานเขียนเรื่องอื่นมีไหมครับนักเรียนคนเดิมถาม

                มีสิทั้งบทความ กลอน เรื่องสั้น และนวนิยาย อย่างเช่น สงครามชีวิต ลูกผู้ชาย จนกว่าเราจะพบกันอีก แลไปข้างหน้าน้ำเสียงที่พูดถึงนวนิยายเรื่องหลังสุดหนักแน่นหนักกว่าเรื่องอื่น เหมือนกับเธอเพิ่งนึกอะไรออก

                เธอหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาจากกระเป๋าหน้าปกสีชมพูอมส้ม มีรูปนกตัวน้อยบินอยู่ท่ามกลางก้อนเมฆ แลไปเบื้องล่างเป็นมหาสมุทร ตัวหนังสือระบุชื่อเรื่องว่า...แลไปข้างหน้า...      ศรีบูรพา... นี่ไงจ๊ะหนังสือเรื่องแลไปข้างหน้าที่ครูพูดถึงพูดพลางยกหนังสือเล่มนั้นให้นักเรียนดู

แล้วเธอจึงอธิบายต่อไปว่า แลไปข้างหน้าเป็นนวนิยายการเมือง ซึ่งศรีบูรพาได้ถ่ายทอดความคิดผ่านตัวละครชื่อ จันทา โนนดินแดง ซึ่งในต้นเรื่องนั้นจันทาได้เข้าเรียนที่โรงเรียนเทเวศร์รังสฤษฎิ์

ศรีบูรพาได้อธิบายฉากของโรงเรียนเทเวศร์รังสฤษฎิ์ไว้ว่า...พูดพลางเปิดหนังสือขึ้นอ่าน

                ...ครั้นโผล่เข้าไปในตึกเรียนจันทาก็ตะลึง เมื่อแลเห็นบันไดใหญ่ซ้ายขวาที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งจะนำนักเรียนไปสู่ตึกชั้นบน เขาเห็นนักเรียนขึ้นลงบันไดด้วยอาการคล่องแคล่ว หน้าตาล้วนแต่อิ่มเอมร่าเริง ดูสง่าภาคภูมิใจและเต็มไปด้วยความสมบูรณ์...เมื่อเข้าไปใกล้ราวบันไดที่ทาชะแล็กสีเข้มมันแผล็บ เขาลองเอามือลูบคำดูมันช่างลื่นและไม่ระคายผิวเลย...และอีกตอนหนึ่งท่านบรรยายว่า

สิ่งที่ก่อความทึ่งและความสนเท่ห์อันสำคัญแก่เขาอีกสิ่งหนึ่งก็คือ แผ่นกระดานดำแผ่นใหญ่ยาวซึ่งแขวนอยู่ที่ผนังตึกตรงกับบันไดที่จะขึ้นไปสู่ห้องเรียนชั้นบน บนแผ่นกระดานนั้นจารึกนามของนักเรียน ที่สอบเข้าแข่งขันได้รับทุนคิงสกอลาชิปประจำปีต่างๆ นามเหล่านั้นได้ถูกจารึกด้วยอักษรทอง...นอกจากรายนามของนักเรียน บนกระดานแผ่นนั้นยังจารึกนามบิดาของนักเรียนที่ได้ทุนคิงสกอลาชิปไว้ด้วย เขาพิศวงที่เห็นรายนามบิดานักเรียนเหล่านั้น มีทั้งที่เป็นขุนนาง เป็นเชื้อพระวงศ์ และเป็นนายนั่นนายนี่ซึ่งเป็นคนธรรมดาสามัญคละกันไป รวมทั้งนามที่แสดงเชื้อสายว่าเป็นชาวจีนด้วย...

                ตึกแม้นนฤมิตรวนัสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอันดังจนนักเรียนทั้งห้องหันไปมอง หลังจากนั้นก็ตามด้วยเสียงถกเถียงกันว่าตึกเรียนของโรงเรียนเทเวศรังสฤษฎิ์นั้นแท้จริงแล้วคือตึกแม้นฯที่เขากำลังนั้งเรียนอยู่หรือไม่ คุณครูยุพยงวางหนังสือลง กวาดสายตาไปรอบห้อง นักเรียนทุกคนต่างจับจ้องมาที่เธอด้วยแววตาแสดงความสงสัยและต้องการคำตอบ

              เก่งมากวนัส ศรีบูรพาได้เขียนถึงโรงเรียนเทพศิรินทร์ผ่านชื่อเทเวศรังสฤษฎิ์จริงตึกที่ครูอ่านให้ฟังเมื่อครู่ก็คือ...ตึกแม้นนฤมิตรวนัสยิ้มน้อยๆและยืดอกอย่างภาคภูมิ เขาอยากจะตะโกนให้ลั่นห้องว่าที่เขาตอบได้นั้นไม่ใช่การเดาสุ่มจากจินตนาการ หากแต่เขาเคยไปเหยียบตึกแม้นนฤมิตรแล้วด้วยซ้ำแต่เขาจะมีโอกาสเช่นนั้นอีกไหมหนอ

            “เทเวศ แปลว่า เทพ เทพรังสฤษฎิ์ เทพศิรินทร์คุณครูยุพยงอธิบายต่อ นักเรียนทั้งห้องต่างตื่นเต้นกับความรู้ใหม่ และต่างก็ภาคภูมิใจเหลือเกินที่ได้นั่งเรียนอยู่บนตึกที่ปรากฏในนวนิยายเรื่องแลไปข้างหน้า

                โรงเรียนเทเวศรังสฤษฎิ์มีส่วนอบรมสั่งสอนให้จันทา โนนดินแดงเป็นคนดี มีความรู้ และมีวิสัยทัศน์กว้างไกล เหมือนดังที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ได้สอนให้ศรีบูรพาแลไปข้างหน้าคุณครูยุพยงพูดเล่นคำแต่กินความหมายลึกซึ้ง ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๘ นี้ องค์การยูเนสโกได้ประกาศยกย่องศรีบูรพา และร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในวันครบรอบชาตกาล ๑๐๐ ปี ในวันที่ ๓๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๘ และในวันที่ ๑๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๙ ได้จัดให้มีพิธีมอบรูปหล่อกุหลาบ สายประดิษฐ์ และย้ายสถานที่บรรจุอัฐิของท่านจากใต้หอระฆังตรงประตูแดงมาไว้ที่ใต้ต้นนิโครธ วัดเทพศิรินทราวาส

            “ขนาดนั้นเชียวหรือครับ แต่เอ...ตั้งแต่ที่ครูเล่ามามันเกี่ยวกับเรื่องที่ผมอ่านวารสารชุมนุมนักเขียนยังไง อย่าบอกนะครับว่าสมัยนั้นศรีบูรพาก็ออกหนังสือในโรงเรียนเหมือนกันวนัสพูด

                ใช่ค่ะ ศรีบูรพาทำหนังสือในห้องเรียนชื่อ ศรีเทพในเวลาต่อมาเปลี่ยนเป็น เทพคำรนโดยใช้นามปากกา ดาราลอยร่วมกับหม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ และเพื่อนๆอีกหลายคน ซึ่งในเวลาต่อมาก็ล้วนเป็นนักเขียนชื่อดังทั้งนั้นคุณครูยุพยงตอบอย่างสนุกที่ได้ต่อปากต่อคำกับนายวนัส

                คุณครูของคุณกุหลาบ คงจะเก่งมากสิครับ สอนให้นักเรียนเป็นนักเขียนตั้งหลายคนวนัสถามต่อไม่ยอมลดละ

                ถูกต้องคุณครูของศรีบูรพาท่านสอนภาษาไทยเก่งมาก ชื่อหลวงสำเร็จวรรณกิจ ท่านได้สร้างความประทับใจและเป็นแบบอย่างที่ดีของศรีบูรพา เมื่อศรีบูรพาเขียนเรื่องแลไปข้างหน้านั้นท่านก็ได้จำลองแบบหลวงสำเร็จวรรณกิจมาไว้ใน ขุนวิบูลย์วรรณวิทย์แห่งโรงเรียนเทเวศรังสฤษฎิ์อีกด้วยคุณครูยุพยงพูดด้วยความภาคภูมิใจ หลวงสำเร็จวรรณกิจนี้เองที่เป็นคนริเริ่มทำหนังสือแถลงการศึกษาเทพศิรินทร์ โดยมีศรีบูรพาและเพื่อนๆในชั้นเป็นผู้ร่วมทำด้วย

                กลับมาถึงวารสาร ศรีเทพของศรีบูรพาเถอะคุณครูยุพยงพูด ท่านได้ใช้เครื่องพิมพ์ดีดของโรงเรียนในการพิมพ์ต้นฉบับ มีเรื่องน่าตื่นเต้นอยู่ครั้งหนึ่ง ในขณะที่หลวงสำเร็จวรรณกิจกำลังสอนหนังสืออยู่ เด็กบางคนในชั้นแอบอ่านอะไรใต้โต๊ะเหมือนคนแถวๆนี้คุณครูยุพยงทอดสายตามาที่วนัส เพื่อนๆในห้องหัวเราะกันยกใหญ่ หลวงสำเร็จวรรณกิจท่านจับได้ ถามขึ้นทันทีว่าใครเป็นคนทำคุณกุหลาบก็ยกมือรับขึ้น หลวงสำเร็จวรรณกิจท่านจึงได้บอกให้ไปพบพรุ่งนี้เช้าเพื่อนๆที่ร่วมกันทำต่างก็ใจเต้นกันทั้งนั้น กลัวจะถูกตี

                แล้วหลวงสำเร็จฯท่านตีศรีบูรพาไหมครับวนัสถามขึ้นด้วยอาการอยากรู้

                คุณครูยุพยงยิ้มในความใคร่รู้ของวนัสพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู เอาละ...หมดเวลาแล้วครูไปก่อนนะคะแล้วค่อยเอาไว้เฉลยคาบหน้าแล้วกัน

คุณครูตอบก่อนสิครับผมอยากรู้วนัสไม่ยอมให้เรื่องนี้ค้างคาใจ ครูทำอย่างนี้ไม่ยุติธรรมเลยเหมือนฉายหนังไม่จบเรื่อง อุตส่าห์ตั้งใจฟังเสียนานพอถึงตอนสนุกครูก็หยุดเอาเฉยๆวนัสประท้วง

โทษฐานที่แอบอ่านหนังสือในวิชาครู ไว้ฟังคาบหน้าแล้วกันพูดพลางยิ้มอย่างเป็นต่อ

                เล่าอีกนิดก็ไม่ได้วนัสบ่นออดๆแอดๆ

 

                ขออนุญาตครับวนัสพูดขึ้นเมื่อเปิดประตูเข้าไปในพิพิธภัณฑ์โรงเรียนเทพศิรินทร์

                เชิญสิกรุณาถอดรองเท้าด้วยภัณฑารักษ์กล่าวอนุญาต

                เมื่อเท้าของเขาสัมผัสลงบนพื้นหินอ่อนมันทำให้เกิดความรู้สึกเยือกเย็น บรรยากาศในพิพิธภัณท์เงียบเชียบและวังเวง มีเพียงภัณฑารักษ์และเขาสองคนเท่านั้น เขาเดินผ่านฉากกั้นเข้าไปถึงส่วนจัดแสดงด้านใน ก็ปรากฏพระสาทิสลักษณ์สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี ในรัชรัชกาลที่ ๔ ประดิษฐานเด่นสง่าอยู่กลางห้อง รอบตัวเขามีตู้ไม้ใหญ่น้อยจัดแสดงสิ่งของเก่าแก่ล้ำค่าอันแสดงถึงเกียรติประวัติแห่งโรงเรียนเทพศิรินทร์ เขาเดินไปหยุดอยู่ที่ตู้ไม้หลังหนึ่ง ในตู้หลังนั้นบรรจุหนังสืออยู่เต็ม ซึ่งล้วนแต่เป็นผลงานของนักเขียนที่มีชื่อเสียงทั้งสิ้น ที่สำคัญนักเขียนเหล่านั้นเป็นนักเรียนเก่าของโรงเรียนเทพศิรินทร์ด้วย เขาเปิดตู้ไม้หลังนั้นพลางเอื้อมไปหยิบหนังสืออกมาเล่มหนึ่ง หน้าปกเป็นรูปลำธารซึ่งมีน้ำไหลเอี่อยๆมีภูเขาและต้นไม้ร่มครึ้ม หากสังเกตให้ดีจะปรากฏภาพหนุ่ม-สาวคู่หนึ่งกำลังนั่งเอาเท้าวางไว้บนโขดหินริมลำธารนั้น พร้อมปล่อยให้กระแสน้ำไหลผ่านเท้าไป ...ข้างหลังภาพ... ชื่อหนังสือระบุไว้เช่นนั้น

                วนัสนำหนังสือเล่มนั้นมานั้งอ่านที่โต๊ะกลางห้องจัดแสดง เขาเปิดอ่านหน้าถัดไประบุจำนวนพิมพ์นับครั้งไม่ถ้วนย่อมแสดงว่าหนังสือเล่มนี้คงจะได้รับความนิยมมาทุกยุคทุกสมัย แต่ก็ช่างเถอะสิ่งที่เขาอยากรู้คือ หลวงสำเร็จวรรณกิจตีศรีบูรพาหรือไม่ เขาพลิกอ่านประวัติของศรีบูรพาด้วยใจสั่นระทึก แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะประวัติชิ้นนั้นบอกเพียงว่า พ.ศ.๒๔๖๘ จบมัธยม ๘ โรงเรียนเทพศิรินทร์

                วนัสยังคงอ่านต่อไปด้วยความหวังว่าจะพบคำตอบนั้น แต่ยิ่งอ่านเท่าไรก็ไม่พบสักที สิ่งที่เขาได้รับแทนคำตอบจากการอ่านประวัตินั้นคือ ภาคภูมิใจในตัวศรีบูรพารุ่นพี่ของเขา ศรีบูรพาคือผู้เสียสละ คือผู้เปิดเผยความจริง และคือผู้ยืนเคียงข้างประชาชนเสมอ เขาสนเท่ห์ใจเมื่ออ่านมาถึงบรรทัดที่ว่า พ.ศ.๒๔๙๕-๒๕๐๐ ถูกคุมขังในกรณี กบฏสันติภาพทำไมคนดีจึงต้องได้รับการตอบแทนเช่นนี้ด้วยหนอ? ความยุติธรรมอยู่ที่ไหนในโลก

            วนัสเก็บหนังสือเล่มนั้นไว้ในตู้หลังเดิม เขากำลังจะเดินออกจากพิพิธภัณฑ์ หากเมื่อขณะที่เดินนั้นสายตาของเขาทอดไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่ง ...แถลงการศึกษาเทพศิรินทร์ ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๓ เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๗...  เขาอดที่จะหยิบขึ้นมาดูไม่ได้ สภาพหนังสือนั้นเก่ามาก กระดาษเหลืองกรอบ บางส่วนขาดหายไปบ้าง เขาต้องค่อยๆประคองหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาด้วยความทะนุถนอมอย่างที่สุด และเปิดหนังสือเล่มนั้นอย่างนุ่มนวล

ต้องแจวเรือจ้าง

                                                ...โอ้ว่าข้าน้อยด้อยศักดิ์     ตกหนักเพียงว่าจะอาสัญ

                                อาชีพบีบรัดกัดฟัน                              แจวตะบันแบกหน้าคราจน...

                                                                                                นายกุหลาบ สายประดิษฐ์ ชั้นมัธยม ๘ ข.

            วนัสนั่งอ่านกลอนหก ต้องแจวเรือจ้างด้วยความรู้สึกว่า สิ่งที่เขาต้องการคำตอบนั้นยังหาไม่พบ แต่สิ่งที่พบนั้นมีค่ายิ่งกว่าคำตอบ เนื้อหาของต้องแจวเรือจ้างได้แสดงถึงความเห็นใจชนชั้นกรรมมาชีพของคุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ นี่เองกระมังคือจุดเริ่มต้นของศรีบูรพาสุภาพบุรุษ มนุษยภาพ

 

                สายแล้ว...วนัสวิ่งกระหืดกระหอบเข้าโรงเรียน แต่...เสียงเพลงอโห กุมาร ดังแว่วมาแต่ไกลเป็นสัญญาณว่าพิธีเคารพธงชาตินั้นผ่านไปเสียแล้ว วนัสวิ่งไปที่สนามฟุตบอล ไม่ปรากฏนักเรียนเลย แต่เพลงอโห กุมาร ยังดังอยู่และดังขึ้นทุกที เขามองนาฬิกา เอ...ยังไม่สายนี่เขารำพึง แล้วเสียงเพลงล่ะ ดังมาจากไหนนะ

                เขาวิ่งตามเสียงเพลงอโห กุมารไป ใกล้เข้าไปทุกที...ทุกที... เสียงนั้นก่อให้เกิดความเร่าร้อนใจอย่างที่เขาเองก็ไม่สามารถอธิบายได้ บางทีมันมีเสน่ห์ชวนหลงใหล บางทีมันมีมนต์ขลังที่สะกดให้คนฟังเคลิบเคลิ้ม และในบางทีมันอาจจะเป็นเสียงเพรียกหาจากกาลเวลา

ใช่! ประตู...ประตูแห่งภพเปิดต้อนรับเราแล้ว

เขาวิ่งมาหยุดอยู่ที่ ตึกแม้นศึกษาสถาน ที่ตรงนี้เองที่เสียงเพลงนั้นดังชัดเจน นุ่มนวล ไพเราะ เมื่อมองผ่านประตูเข้าไปเขาสังเกตเห็นหนทางคล้ายอุโมงค์ทอดยาวไกลออกไปเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด ทางออกนั้นเป็นเพียงจุดเล็กๆอยู่ไกลลิบ รอบทางนั้นเป็นแก้วมีรัศมีเรืองรองหลากสี เจิดจรัสแจ่มกระจ่างชวนให้ย่างกรายเข้าไป เพลงอโห กุมารยังดังกระชั้นถี่ขึ้นทุกที เขาก้าวเท้าย่างสู่ประตูแห่งกาลเวลานั้น

 

วนัสรู้สึกว่าตัวเองลอยมาไกล ทันใดนั้นเองประตูแห่งกาลเวลาได้ส่งเขาลงในตึกแห่งหนึ่งอย่างนุ่มนวลเขาลุกขึ้นยืนมองสิ่งต่างๆรอบตัว...ตึกแม้นนฤมิตร เขายิ้มอย่างยินดีที่ได้กลับมาที่แห่งนี้อีกครั้ง ความรู้สึกในครั้งนี้มันคุ้นชินเหมือนเขาได้กลับบ้านหลังเก่า บัดนี้เขาแต่งกายด้วยเสื้อราชปะแตน กางเกงขาสั้นสีดำ ถุงเท้ายาว รองเท้าหนัง ...ประตูแห่งกาลเวลามักจะเปลี่ยนชุดให้เขาไปตามยุค ครั้งนี้จะเป็นเคื่องแบบนักเรียนเทพศิรินทร์ยุคใดก็สุดรู้... และที่สำคัญเขาจะได้พบกับใครก็ไม่อาจทราบได้เช่นกัน

นักเรียนเริ่มทยอยกันเข้าห้องเรียนแล้วเข้าเดินตามนักเรียนกลุ่นหนึ่งเข้าไป เขาเลือกนั่งโต๊ะตัวหลังสุด สักพักหนึ่งคุณครูก็เดินเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าเรียบขรึม นักเรียนบางคนกระสับกระส่ายเหมือนมีเรื่องไม่สบายใจอยู่ในทีใบหน้าของนักเรียนกลุ่มนั้นเหมือนเขาเคยเห็นที่ไหนเขาก็บอกไม่ถูก

คุณครูที่วนัสพบนั้นท่านสอนวิชาภาษาไทย แต่จะชื่ออะไรวนัสก็ยังไม่ทราบ รู้แต่ว่าท่านมีลักษณะของความเป็นครูอย่างเต็มเปี่ยม กล่าวคือท่านสอนหนังสือด้วยความตั้งใจ ใบหน้าที่เรียบขรึมนั้นได้แสดงถึงความกรุณาปรานี อาจจะเป็นหลวงสำเร็จวรรณกิจก็ได้ใครจะไปรู้วนัสคิด

เมื่อท่านสอนจนจบคาบท่านได้เอ่ยขึ้นว่า

กุหลาบ ออกมาที่หน้าห้องซิ

กุหลาบวนัสสะดุ้งโหยง...ใบหน้าของผู้ที่ถูกเรียกนั้นละม้ายคล้ายคลึงกับ...ศรีบูรพา ใช่ใบหน้าเดียวกันจริงๆเสียด้วยแต่อ่อนเยาว์กว่า มาบัดนี้เขามั่นใจแล้วว่าคำตอบที่เขาต้องการรู้อยู่ไม่ไกลเท่าใดนัก

กุหลาบนำหนังสือพิมพ์ของเธอคืนไปหลวงสำเร็จวรรณกิจพูดพร้อมกับยื่นหนังสือเล่มหนึ่งให้กุหลาบ

ขอบคุณครับครูกุหลาบตอบรับ

ในหนังสือที่ได้รับคืนมานั้นมีกระดาษอะไรบางอย่างสอดอยู่ด้วย กุหลาบถามขึ้นว่า คุณครูครับ นี่กระดาษของครูครับ

ครูขอส่งผลงานลงเทพคำรนด้วยนะหลวงสำเร็จวรรณกิจกล่าวพลางเดินออกจากห้องไป

กุหลาบ ยิ้มอย่างดีใจ ในที่สุดคำถามที่วนัสอยากรู้ได้เดินทางมาถึงจุดจบแล้ว ช่างเกินความคาดหมายจริงๆ วนัสวิ่งไปหากุหลาบซึ่งกำลังเดินออกจากห้องเรียนเขาทำความรู้จักกับกุหลาบอยู่ครู่หนึ่ง วนัสรู้สึกประทับใจในตัวกุหลาบมากเพราะเขาเป็นมีอัธยาศัยดี สุภาพ และอ่อนโยน

ทำไมเธอถึงรับว่าเป็นคนทำหนังสือนั้น ไม่กลัวครูสำเร็จฯตีหรือวนัสถาม

ฉันเป็นคนริเริ่มทำหากว่ามันผิด ฉันก็จะต้องยอมรับ โรงเรียนนี้สอนให้เด็กผู้ชายเป็นสุภาพบุรุษ หัวใจของสุภาพบุรุษอยู่ที่การเสียสละ อีกอย่างหนึ่งท่านเป็นคนใจดีมาก ฉันยังไม่เคยเห็นท่านตีใครเลย ถึงจะถูกตีแต่ฉันก็ยังรักท่าน ท่านเคยบอกว่า ถ้าครูได้ตายลงในขณะที่ถือชอล์กอยู่ในมือ ครูก็จะไม่คิดเลยว่าได้เคยมีวีรบุรุษคนใดในประวัติศาสตร์ที่ได้จบชีวิตของเขางดงามยิ่งไปกว่าครู และเมื่อศิษย์น้อยๆของครู ได้เปล่งเสียงอันไร้มารยาออกมาว่า ครูที่รักของเราได้สิ้นใจแล้ว ครูก็จะถือว่านั่นคือสุนทรพจน์ต่อหน้าศพที่จับใจที่สุดรายหนึ่งที่ได้เคยมีมาในประวัติศาสตร์

ก่อนลงบันไดกุหลาบชี้ให้เขาดูแผ่นกระดานทองที่ติดไว้ที่ผนังตึก ดูนั่นสิ บนกระดานนั้นมีทั้งชื่อของพระราชวงศ์และนายนั่นนายนี่ตลอดจนชาวจีนด้วยวนัสพูดขึ้น

                นี่แหละที่ฉันภูมิใจในโรงเรียนแห่งนี้ โรงเรียนนี้ไม่เคยแบ่งแยกชนชั้น ทุกคนมีความเสมอภาคกุหลาบตอบอย่างภูมิใจ

                ที่นี่มีคนหนีโรงเรียนไหมวนัสถามอย่างใคร่รู้ในยุคของเขามีคนหนีโรงเรียนมากมายแต่ในยุคเขาอยู่จะมีเหตุการณ์เช่นเดียวกันหรือไม่

                มีสิกุหลาบตอบสั้นๆ

                แล้วเธอไม่คิดหนีโรงเรียนบ้างหรือวนัสถาม

                ไม่เคยกุหลาบตอบเสียงแข็ง ถ้าฉันจะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ด้วยความดีมิได้แล้ว ก็จะไม่ขออยู่ด้วยความชั่ว หากมีอะไรมาบังคับให้ฉันต้องอยู่ด้วยความชั่ว ฉันจะเลือกข้างความไม่มีชีวิตเมื่อนั้น

            เพลงอโห กุมาร ดังแว่วมาตามสายลม วนัสรู้ตัวทันทีว่าสัญญาณแห่งกาลเวลานั้นเรียกเขาแล้ว ลาก่อนนะครับ คุณกุหลาบผมจะไม่มีวันลืมคุณเลยวนัสวิ่งลงบันไดตึก พร้อมไปยืนที่ประตูบานนั้น ทวารแห่งภพเปิดรอเขาแล้ว ทันใดนั้นร่างของเขาก็ลอยคว้างและตกลงอย่างนุ่มนวลหน้าตึกแม้นศึกษาสถาน

 

                ดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงในเวลาเย็น แสงของมันสาดกระทบกระเบื้องที่หลังคาโบสถ์วัดเทพศิรินทราวาส ทำให้แผ่นกระเบื้องนั้นระยิบระยับชวนมอง สายลมพัดเอี่อยเย็นสบาย วนัสยืนอยู่ใต้ร่มเงาของต้นนิโครธแผ่นหินอ่อนสีดำสนิทจารึกว่า...

 

กุหลาบ สายประดิษฐ์

นักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ ปี พ.ศ.๒๔๖๒-๒๔๖๘

นักเขียนไทยนามปากกา ศรีบูรพาสุภาพบุรุษผู้มีมนุษยภาพ นักคิด นักเขียน นักหนังสือพิมพ์

ผู้มีอุดมการณ์ ณ เบื้องบูรพาทิศ

ผู้กล้าผลักดันสังคมให้ต่อสู้เพื่อความจริง ความดี และความงาม ขจัดเงามืดที่ครอบงำชีวิตเพื่อนมนุษย์

องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก)

ประกาศยกย่องเป็นบุคคลสำคัญของโลก เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖

ในฐานะผู้สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศไทยและสร้างสันติภาพโลก

ชาตะ ๓๑ มีนาคม ๒๔๔๘ มรณะ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๑๗

               

...คืออิสรชน คือคนดี คือศรีบูรพา...

วนัสวางดอกกุหลาบสีแดงสดลงบนแท่นบูชานั้น ด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจในฐานะที่เป็นลูกแม่รำเพยเช่นกัน          ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปเสียแล้วแต่ในวันพรุ่งนี้ ดวงอาทิตย์ดวงเดิมก็จะส่องสว่างทางบูรพาทิศ แสงอันอบอุ่นนั้นจะชี้ทางให้มวลชนได้ก้าวเดินอย่างถูกต้องต่อไป

ขอบคุณครับ ศรีบูรพาผู้ป็นศรีแห่งเทพศิรินทร์

ท่านสอนให้ผมรู้ว่า ผู้ใดเกิดมาเป็นสุภาพบุรุษผู้นั้นเกิดมาสำหรับคนอื่น

 

ลงชื่อเข้าใช้

Username
Password
ลืมรหัสผ่าน ?
สมัครสมาชิกเว็บไซต์