เทพศิรินทร์

DSA Events
SUN
SAT
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
หน้าแรก
ประวัติสมาคมนักเรียนเก่า
ทำเนียบนายกสมาคม
คณะกรรมการสมาคม
ชมรมครูเก่าเทพศิรินทร์
หอเกียรติยศนักเรียนเก่า
บทความจากนักเรียนเก่า
การสนับสนุนโรงเรียน
ตารางเทียบรุ่น
อัลบั้มรูป
อัลบั้มวีดีโอ
เพลงเทพศิรินทร์
เทพศิรินทร์ network
แฟ้มจดหมายข่าว
สมาชิกเว็บฯ ของแต่ละรุ่น
สมัครสมาชิกสมาคมฯ
ติดต่อเรา

โรงเรียนเทพศิรินทร์
Green-Yellow Pages
เว็บบอร์ด

Social Network

facebook twitter youtube


จำนวนครั้งเข้าชม

DSA98 (178)
DSA104 (146)
DSA97 (86)
DSA105 (50)
DSA100 (49)
DSA109 (45)
DSA102 (44)
DSA101 (42)
DSA110 (41)
DSA99 (37)

จำนวนสมาชิกทั้งหมด 1284
จำนวนนักเรียนเก่าทั้งหมด 46719









พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระราชโอรสองค์ที่ ๔ ในพระ บาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ ๔ และ สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี พระราชสมภพเมื่อ วันอังคาร ที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๓๙๖ ตรงกับ เดือน ๑๐ แรม ๓ ค่ำ ปีฉลู ทรงพระนามเดิมว่าสมเด็จเจ้าฟ้า ชายจุฬาลงกรณ์ ซึ่งแปลว่า เครื่องประดับผม หรือ พระเกี้ยว สำหรับ ประดับหัวจุกของเด็กไทยโบราณ

_____________________________________




พระองค์ทรงมีขนิษฐาร่วมพระสมเด็จพระบรมราชินี ๓ พระองค์ คือ

๑. สมเด็จพระเจ้าน้องนางยาเธอเจ้าฟ้าจันทรมณฑลโสภณภควดี
ต่อมาได้รับโปรดเกล้าฯเฉลิมพระนามอัฐิ เป็น สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงวิสุทธิกษัตริย์

๒. สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี
ต่อมาได้รับโปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้น เป็น สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระจักรพรรดิพงศ์

๓. สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์
ต่อมาได้รับโปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้น เป็น สมเด็จพระราชปิตุลา
บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุ์วงศ์วรเดช

_____________________________________




พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็น พระราชโอรสองค์ที่ ๙ ในจำนวนพระราชโอรส ธิดา ทั้งสิ้น ๘๒ พระองค์ ในราชวงศ์จักรี ในขณะพระชันษา ๙ พรรษา ได้รับสถาปนาเป็นกรมหมื่นพิฆเณศ วรสุรกาศ ตรงกับ ปีระกา พ.ศ. ๒๔๐๔ ต่อมาอีก ๔ ปี ก็ได้รับสถาปนาเป็น กรมขุนพินิตประชานาถ ต่อ มาในปีเถาะ พ.ศ.๒๔๑๑ ได้ทรงกำกับราชการในกรมมหาดเล็ก กรมพระคลังมหาสมบัติ กรมทหารบก วังหน้าในช่วงซึ่งพระองค์ได้ ตามเสด็จพระราชบิดา เพื่อทอดพระเนตรสุริยปราคา ที่ตำบลหว้ากอ แขวง เมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้เกิดประชวรด้วยไข้ป่าอย่างแรงทั้งสองพระองค์ ในวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๑๑ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็เสด็จสู่สวรรคต ในขณะซึ่ง สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ กรมขุนพินิตประชานาถ มีพระชนมายุเพียง ๑๕ ปี กับ ๑๐ วัน ทั้งยังทรงประชวร ด้วย ไข้ป่าอย่างหนัก เกือบจะสิ้นพระชันษาด้วย

ต่อมาพระองค์ได้รับให้สถาปนาขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๕ แห่งราชวงศ์จักรี ด้วยที่วัยพระองค์ยัง ไม่บรรลุนิติภาวะ ซึ่งตรงกับ วันอังคารที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๑๑ สมเด็จพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เป็นผู้สำเร็จราชการ แทนพระองค์ ได้สถาปนากรมหมื่นบวรวิไชยชาญ (พระราชโอรสองค์ใหญ่ของสมเด็จ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว) ขึ้นเป็น พระมหาอุปราช ต่อมาก็ได้ปรากฏ พระนามว่า กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ

_____________________________________

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ ในพระพุทธศาสนา เมื่อ วันพุธที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๔๑๖ และทรงลาผนวชใน วันพฤหัสบดีที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๑๖ แล้วทรงเข้าพระ ราชพิธีพระบรมราชาภิเษก ครั้งที่ สอง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๑๖




พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมีพระมเหสี และ เจ้าจอมรวม ๙๒ พระองค์ มีพระราชโอรส ๓๒ พระองค์ พระราชธิดา ๔๔ พระองค์ ประสูติจากพระมเหสี และ เจ้าจอมมารดา เพียง ๓๖ พระองค์ อีก ๕๖ พระองค์ ไม่มีพระราชโอรส ธิดาเลย สำหรับ พระมเหสี ที่สำคัญ จะกล่าวถึง มีดังนี้

๑. สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตนพระบรมราชเทวี

๒. สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนาพระบรมราชเทวี
ต่อมาได้รับการโปรดเกล้าฯสถาปนาเป็น สมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า

๓. สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ

____________________________________

สมเด็จพระปิยมหาราช ทรงเป็นที่รักเทิดทูนของปวงชนชาวไทย ตลอดที่พระองค์ทรงครองราชย์ ถึง ๔๒ ปี นอกเหนือจากที่พระองค์ ทรงครองราชย์ ถึง ๔๒ ปี นอกเหนือจากที่ยาวนานกว่า พระมหากษัตริย์ที่ปรากฏ ในพระราชพงศาวดารทุกพระองค์แล้ว พระองค์ยังทรงด้วยพระปรีชาสามารถ อย่างเฉลียวฉลาดพัฒนาฟัน ฝ่าอุปสรรคนานับประการ ทั้งต่อสู่กับการไล่ล่าเมืองขึ้นของบรรดาชาติมหาอำนาจในยุคนั้น มาได้แม้จะเป็น การสูญเสียดินแดน ไปบางส่วน แต่พระองค์ทรงไว้ซึ่งความสุขุมพาประเทศชาติของพระองค์รอดพ้นจากการ ตกเป็นเมืองขึ้นของต่างชาติ น่าทึ่งสำหรับซีกโลกส่วนนี้ของโลก ที่ ประเทศสยามแห่งนี้มิได้ตกเป็นทาสใคร ด้วยสายตามองทางไกลของพระองค์ ได้ทรงพัฒนานำความเจริญก้าวหน้าเร่งรัดในแขนงวิชาการการศึกษา การปกครอง การศาล การต่างประเทศ การสาธารณูปโภค ทั้งยังทรงสนพระทัยถึงความเป็นอยู่ของประชาชน ทรงออกเยียมประชาราษฎร์อยู่เป็นเนืองนิจ พระองค์จึงเป็นที่จงรักภักดี ของปวงชนชาวไทยทั้งแผ่นดิน




การเสด็จยังต่างประเทศ เปรียบเสมือนเปิดประตูสู่โลกกว้างในช่วงของต้นรัชกาล พระองค์ทรงเสด็จสิงคโปร์ ชวา พม่า อินเดีย และ หลายๆ ประ เทศในยุโรปถึง ๒ ครั้ง ด้วยกัน คือในปี พ.ศ. ๒๔๔๐ และในปี พ.ศ.๒๔๕๐ แนว ทางความสัมพันธ์ด้วยการทูตของพระองค์ท่านทำให้เป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศทั่วยุโรป ข้อพิพาท และ ปัญหา ต่างๆก็ได้คลายเบาบางลงความลึกซึ้งพระปรีชาของพระองค์ ได้ทำให้ปัญหาต่างๆทั้งเรื่องของชายแดนไทย-อังกฤษ หรือกับฝรั่งเศส ก็ผ่อนคลายในที่สุด

ความล้ำลึกในพระปรีชาสามารถในด้าน วรรณกรรม พระองค์ก็ทรงเป็นได้ทั้ง กวี และ นักประพันธ์ที่มีความสามารถ อย่างลึกซึ้ง การแต่งโคลง ฉันท์ บทละครกาพย์ กลอน หรือ ร้อยแก้ว ร้อยกรอง ทั้งที่พระองค์ทรงมีภารกิจอยู่มากมาย แต่ก็ด้วยพระวิริยะ อุตสาหะ ทรงสนพระทัยเป็นอย่างยิ่ง ดั่งที่ปรากฏงานพระราชนิพนธ์เป็นที่ประจักษ์มีมากกว่า ๓๐ เรื่องซึ่งก็มีบางเรื่องที่มีความหนาถึงกว่า ๕๐๐ หน้าก็มี ดั่งบางพระราชนิพนธ์ตอนหนึ่งของพระองค์

ความรู้ คู่เปรียบด้วย กำลัง กายเฮย
สุจริต คือเกราะบัง ศาสตร์พ้อง
ปัญญา ประดุจดัง อาวุธ
คุมสติ ต่างโล่ป้อง อาจแกล้ว กลางสนาม
_____________________________________




พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเก้าเจ้าอยู่หัว ทรงประชวร พระวักกะ (ไต) พิการ กระทั่งเวลา ๒๔ นาฬิกา ๔๕ นาที ของคืนวันเสาร์ที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๓ พระองค์ก็ เสด็จสู่สวรรคต รวมพระชนมายุ ๕๗ พรรษา ทรงเสวยราชย์ ๔๒ ปี พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ที่ยิ่งใหญ่ของแผ่นดินสยาม พระราช กรณีกิจสุดคณานับ ยังทั้งประโยชน์ ความเจริญรุ่งเรือง นำชาติให้เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ พระคุณ สุดล้นที่จะพรรณนาจากใจของประชาชนชาวไทยได้หมด พระองค์จึงเป็นที่รักเคารพของคนไทยเสมอมา

สมเด็จพระปิยมหาราช เป็นพระสมัญญาที่พสกนิกรทั้งพระเทศถวายแด่พระองค์ โดยพระสมัญญานี้ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเป็นผู้ทรงคิด ซึ่งปรากฏอยู่บนจารึกใต้ฐาน ของพระบรมรูปทรงม้า

_____________________________________




ในปี พ.ศ.๒๕๑๙ ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ทรงมีพระชนมายุอยู่ในช่วงวัยเบญจเพศ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาวัดเทพศิรินทร์ เพื่อทรงอุทิศพระราชกุศลถวายสนองพระคุณสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี




_____________________________________

ทรงมีพระกรุณาธิคุณต่อชาวไทยและชาวเทพศิรินทร์อย่างหาที่สุดมิได้ทรงวางรากฐานการศึกษาโดยหวังว่าการศึกษานี้จะ เป็นสิ่งที่จะพัฒนาชาติไทยให้รุ่งเรือง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชปรารภถึงการที่จะทำนุบำรุง การศึกษาเล่าเรียนให้เจริญแพร่หลายขึ้นโดยรวดเร็ว จึงมีพระราชโองการให้จัดการศึกษาจัดตั้งสำหรับราษฏรขึ้นโดยพระ เจ้าน้องยาเธอพระองค์เจ้าดิศวรกุมาร (กรมพระยา ดำรงราชานุภาพ) ได้จัดตั้งโรงเรียนขึ้นตามพระอารามโดยมีการจัดตั้ง โรงเรียนในวัดเทพศิรินทราวาส ในวันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ.๒๔๒๘




วันที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๓๙ พระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จมาถวายผ้าพระกฐินณ วัดเทพศิรินทราวาส มีเด็กนักเรียนยืนเฝ้ารับเสด็จที่ซุ้มประตูร้องคำโคลงถวายชัยมงคล พระองค์ได้เสด็จทอดพระเนตรโรงเรียนภาษาไทย และ ภาษาบาลีในวัดนี้ด้วยทรงพอพระทัยในกิจการของโรงเรียนเป็นอย่างยิ่ง

_____________________________________




ในปี พ.ศ.๒๔๓๘ สมเด็จพระราชปิตุลาฯเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ทรงดำริที่จะก่อสร้างสิ่งหนึ่งสิ่งใดขึ้นไว้เพื่อที่สนองพระเดช พระคุณแห่งพระราชชนนีประกอบกับในปีพ.ศ.๒๔๓๘ หม่อมแม้นชายาของสมเด็จพระราชปิตุลาฯ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ได้ถึงแก่อนิจกรรม จึงพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้สร้างตึกหลังหนึ่งขึ้นทางด้านหน้าฝั่งเหนือของวัดเทพศิรินทราวาส เพื่อเป็นการสนองแด่พระเดชพระคุณแห่งพระราชชนนีและอุทิศให้กับหม่อมแม้น โดยทรงพระราชทานนาม โรงเรียนเทพศิรินทร์ และ ตึกแม้นนฤมิตร โดยตึกนี้สามารถเปิดใช้ได้ เมื่อ วันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๔๕

_____________________________________




วันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๕๓ (ร.ศ.๑๒๙) ทรงมีพระราชหัตถเลขามายัง กระทรวงธรรมการ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราช ทานเงินมรดก จำนวน๘๐,๐๐๐บาท อันเป็นสมบัติของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าหญิงเยาวมาลย์นฤมล กรมขุนสวรรคโลก ลักษณวดีซึ่งสิ้นพระชนม์ไปแล้วให้กระทรวงธรรมการจัดสร้างตึกเรียนขึ้นทางด้านหน้าวัดทางฝั่งใต้ตรงข้ามกับตึกแม้นนฤมิตร ที่มีอยู่แล้วทางด้านทิศเหนือ โดยทรงมุ่งหมายเป็นแบบอย่างให้ชนทั้งหลาย ถือเอาการสร้างสถานศึกษาเล่าเรียนเช่นนี้ว่าเป็น สิ่งกอปรด้วยประโยชน์และต้องด้วยพระราชนิยม สิ่งนับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณเอนกอนันต์ที่มีต่อการศึกษาของไทย

พระองค์เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๓ ไม่ทันที่ตึกเยาวมาลย์อุทิศ ที่พระองค์ทรงดำริให้สร้างเป็นตึกที่ ๒ของโรงเรียนเทพศิรินทร์จะสร้างเสร็จสมบูรณ์ดี

ลงชื่อเข้าใช้

Username
Password
ลืมรหัสผ่าน ?
สมัครสมาชิกเว็บไซต์