เทพศิรินทร์

DSA Events
SUN
SAT
1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
หน้าแรก
ประวัติสมาคมนักเรียนเก่า
ทำเนียบนายกสมาคม
คณะกรรมการสมาคม
ชมรมครูเก่าเทพศิรินทร์
หอเกียรติยศนักเรียนเก่า
บทความจากนักเรียนเก่า
การสนับสนุนโรงเรียน
ตารางเทียบรุ่น
อัลบั้มรูป
อัลบั้มวีดีโอ
เพลงเทพศิรินทร์
เทพศิรินทร์ network
แฟ้มจดหมายข่าว
สมาชิกเว็บฯ ของแต่ละรุ่น
สมัครสมาชิกสมาคมฯ
ติดต่อเรา

โรงเรียนเทพศิรินทร์
Green-Yellow Pages
เว็บบอร์ด

Social Network

facebook twitter youtube


จำนวนครั้งเข้าชม

DSA98 (178)
DSA104 (146)
DSA97 (86)
DSA105 (50)
DSA100 (49)
DSA109 (45)
DSA102 (44)
DSA101 (42)
DSA110 (41)
DSA99 (37)

จำนวนสมาชิกทั้งหมด 1284
จำนวนนักเรียนเก่าทั้งหมด 46719









วันที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๓๕ มีประกาศเสนาบดีกระทรวงธรรมการ ตั้ง โรงเรียนวัดเทพศิรินทราวาส เป็นโรงเรียนมูลสามัญชั้นสูงวัดเทพศิรินทราวาส

ในปี พ.ศ.๒๔๔๕ ชั้นบนของตึกแม้นนฤมิตร ใช้เป็นโรงเรียนฝึกหัดอาจารย์ ย้ายมา จากโรงเรียนเบญจมราชูทิศ โรงเลี้ยงเด็ก ตำบลสวนมะลิ โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์นี้ ภายหลังได้ย้ายไปอยู่ที่บ้านสมเด็จเจ้าพระยา(ซึ่งเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูฝั่งตะวันตก)

ในปี พ.ศ.๒๔๔๙ กรมศึกษาธิการ ได้ย้ายนักเรียนฝึกหัดครูไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมบ้านสมเด็จ และ ย้ายนักเรียนของโรงเรียนสวนกุหลาบเดิม ซึ่งในคราวนั้นสอนที่โรงเรียนสายสวลีสันถาคาร ตั้งในบริเวณ โรงเลี้ยงเด็กมาเรียนในโรงเรียนนี้

ในปี พ.ศ.๒๔๕๐ ชั้นล่างเป็นโรงเรียนประถมตัวอย่าง(ทำนองเดียวกับโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัย) แบ่งเป็นชั้นมูล๓ชั้น ชั้นเตรียม๑ชั้น กับ ชั้นประถมปีที่ ๑- ๒ - ๓ ซึ่งตรงกับชั้นมัธยม ๑-๒-๓ หรือประถม ปีที่ ๕-๖ และม.๑ ในชั้นแรกมีนักเรียน ๑๒๐ คน

ในปี พ.ศ.๒๔๕๐ จัดตั้งเป็นโรงเรียนมัธยมแผนกภาษาอังกฤษ อันได้ชื่อมาจากโรงเรียนสวนกุหลาบอังกฤษ ซึ่งย้ายมาจากโรงเรียนสุนันทาลัย(โรงเรียนราชินีล่าง) ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตั้งขึ้นแผนกหนึ่ง ณ พระตำหนักสวนกุหลาบ ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อปี พ.ศ.๒๔๒๗ มาอยู่ที่ชั้นบนตึกแม้นนฤมิตร แทนโรง เรียนฝึกหัดอาจารย์แล้วเรียกชื่อว่าโรงเรียนสวนกุหลาบอังกฤษวัดเทพศิรินทราวาส แบ่งนักเรียนออก เป็น ชั้น ๑-๒ -๓ และชั้น๔เรียกว่า โรงเรียนมัธยมพิเศษมีนักเรียน๑๕๐คนส่วนชั้นล่างยังคงเป็น โรงเรียนประถมตัวอย่างเทพศิรินทร์

ในปี พ.ศ.๒๔๕๑ มีการรวมโรงเรียนประถมตัวอย่างเทพศิรินทร์ กับโรงเรียนสวนกุหลาบอังกฤษวัดเทพศิริน ทราวาส เป็นโรงเรียน เดียวกันเรียกว่าโรงเรียนมัธยมแผนกภาษาต่างประเทศเทพศิรินทร์ในชั้นสูงสอนวิชา ต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษ และชั้นมูลสอนเป็นภาษาไทยแต่แทรกภาษาอังกฤษด้วยแบ่งชั้นอย่างเดิมแต่เพิ่มชั้น ๕ ขึ้นอีกมีนักเรียนประมาณ ๔๐๐ คนเศษ

ในปี พ.ศ.๒๔๕๒ เปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนมัธยมพิเศษเทพศิรินทร์

ในปี พ.ศ.๒๔๕๓ กระทรวงธรรมการตั้งประโยคมัธยมสูง(อุดม)ขึ้น ณ ตึกที่สร้างใหม่ที่วัดราชบูรณะ (โรงเรียน สวนกุหลาบวิทยาลัยในปัจจุบัน) จึงได้ย้ายนักเรียนชั้นสูงคือมัธยม๔-๕ (โรงเรียนสวนกุหลาบอังกฤษวัดเทพศิรินทร์) ไปเรียนที่นั่นโรงเรียนมัธยมพิเศษวัดเทพศิรินทร์ มีเพียงมัธยม๓เรียกว่า ม.๖อย่างใหม่(เทียบเท่า ม.๓ในปัจจุบัน) ปีนี้มีนักเรียนประมาณ ๕๐๐ คนเศษ

ในปี พ.ศ.๒๔๕๕ กระทรวงธรรมการได้เปิดการสอนชั้นมัธยมสามัญขึ้นที่โรงเรียนมัธยมพิเศษวัดเทพศิรินทร์อีก แผนกหนึ่งตั้งแต่วันที่ ๑๖ พฤษภาคมร.ศ. ๑๓๑ มีมัธยมพิเศษ ๖ชั้น และมีชั้นสกอลาชิปอีกต่างหากในยุคนี้เปลี่ยน การสอนวิชาอื่นในชั้นสูงเป็นภาษาไทยบ้างมีนักเรียนประมาณ ๖๐๐ คนเศษ

ในปี พ.ศ.๒๔๕๗ โรงเรียนมัธยมพิเศษเทพศิรินทร์ เปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนมัธยมวัดเทพศิรินทร์

ในปี พ.ศ.๒๔๕๘ มีประโยคมัธยมบริบูรณ์คือมัธยมปีที่ ๘เป็นครั้งแรกนับแต่ปีนี้ จึงมีตั้งแต่ชั้นประถมปีที่๑ จนถึงชั้นมัธยมที่๘ มีนักเรียนประมาณ ๘๐๐คนเศษ

ในปี พ.ศ.๒๔๗๒ เปิดชั้นมัธยมปีที่ ๘ แผนกกลางขึ้นอีกแผนกหนึ่ง

ในปี พ.ศ.๒๔๗๗ กระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่งเรื่องจัดแขวงให้อาจารย์ใหญ่เป็นหัวหน้า สายเป็นผู้ตรวจตราในเรื่องหลักสูตร โรงเรียนมัธยมวัดเทพศิรินทร์ เป็นหัวหน้าสายที่๒

ในปี พ.ศ.๒๔๘๐ ชั้นประถมได้ถูกยุบลงหมด โรงเรียนมัธยมวัดเทพศิรินทร์มี่ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่๑ จนถึง ปีที่ ๘

ในปี พ.ศ.๒๔๘๑ ทางการได้โอนนักเรียนชั้น ม.๒-๓ ของโรงเรียนมัธยมหอวังมาเรียนที่โรงเรียนมัธยมวัดเทพศิรินทร์ เพราะเลิกชั้นมัธยมในโรงเรียนนั้น เปลี่ยนฐานะโรงเรียนมัธยมหอวัง เป็นโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ในปี พ.ศ.๒๔๘๒ ยุบชั้น มัธยมศึกษาปีที่๗-๘ คงมีแต่ชั้น มัธยมศึกษาปีที่๑-๖

ในปี พ.ศ.๒๔๘๔ ทางกระทรวงศึกษาธิการ สั่งงดสอบไล่ทุกชั้นสำหรับปีการศึกษา พ.ศ.๒๔๘๔นี้ เพราะเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพาโดยให้ถือว่านักเรียนทุกคนสอบได้

ในปี พ.ศ.๒๔๘๕ โรงเรียนต้องปิดโรงเรียนตามคำสั่งของกระทรวงศึกษา ธิการ เพราะภัยสงครามย้ายครูและนักเรียนไปสอน และไปเรียนในหัวเมือง

ในปี พ.ศ.๒๔๘๘ สงครามยุติ โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์เปิดสอน ที่ศาลาในสุสานหลวงหลังวัดอยู่ชั่วคราว จนกระทั่งซ่อมแซมตึกเยาวมาลย์อุทิศ และตึกปิยราชบพิตรฯ เสร็จแล้วจึงย้ายมาขึ้นตึกในปลายปีพ.ศ.๒๔๘๙

ในปี พ.ศ.๒๔๙๐ โรงเรียนเปิดขั้นเตรียมอุดมศึกษาปีที่๑ แผนกวิทยาศาสตร์ขึ้น และ มีนักเรียนสำเร็จขั้นประโยคเตรียมอุดมศึกษาแผนกวิทยาศาสตร์เป็นรุ่นแรกในปีพ.ศ.๒๔๙๑

ในปี พ.ศ.๒๔๙๔ กระทรวงศึกษาธิการเปลี่ยนชื่อโรงเรียนมัธยมวัดเทพศิรินทร์เป็นโรง เรียนวัดเทพศิรินทร์และเริ่มมีการเปิดขั้นเตรียมอุดมศึกษา แผนกอักษรศาสตร์ เป็นรุ่นแรก

ในปี พ.ศ.๒๔๙๘ มีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรขั้นอุดมศึกษา ซึ่งกำหนดให้มีการเก็บคะแนน วิชาบางอย่าง ในชั้นเตรียมอุดมปีที่๑ไว้สมทบกับคะแนนสอบไล่ประโยคเตรียมอุดมศึกษา

ในปี พ.ศ.๒๔๙๘- พ.ศ.๒๕๐๐ กระทรวงศึกษาธิการให้ยุบชั้น ม.๑-๒-๓ ปีละชั้น ตามลำดับนับแต่ปีพ.ศ.๒๕๐๐ เป็นต้นมาโรงเรียนวัดเทพศิรินทร์ไม่มีมัธยมต้น

ในปี พ.ศ.๒๕๐๔ เริ่มเปิดชั้นมัธยมตอนต้น ปีที่๑ (ม.ศ.๑) แทน ม.๔ ทั้งนี้ เป็นไปตามแผนการศึกษาแห่งชาติที่ประกาศใช้เมื่อ๒๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๓

ในปี พ.ศ.๒๕๐๕ เปิดชั้น ม.ศ.๒ และชั้นมัธยมตอนปลายปีที่๑(ม.ศ.๔) สายสามัญ๒แผนก คือแผนก วิทยาศาสตร์ และแผนกศิลปะ ปีนี้ยังคงมีนักเรียนชั้น ม.๖ และเตรียมอุดมปีที่๒ (หลักสูตรเก่า) เป็นรุ่นสุดท้าย

ในปี พ.ศ.๒๕๐๖ เปิดชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.ศ.๓) และประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย(ม.ศ.๕) เป็นปีแรก และนับแต่ปีพ.ศ.๒๕๐๖ โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์ มีชั้นเรียนตั้งแต่ ม.ศ.๑ ถึง ม.ศ.๕ ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ

ในปี พ.ศ.๒๕๑๔ โรงเรียนได้กลับมาใช้นาม "โรงเรียนเทพศิรินทร์" ตามที่ได้รับพระราชทานจากองค์ สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มาแต่เดิม

ในปี พ.ศ.๒๕๑๘ มัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.ศ.๔-๕) ทางกระทรวงศึกษา ธิการเริ่มใช้หลักสูตรแบบคิดคะแนนเรียนด้วยการ คิดเป็นหน่วยการเรียน

ในปี พ.ศ.๒๕๒๑ เริ่มใช้หลักสูตร ๒๕๒๑ (ม.ต้น) คือเปลี่ยนจาก ม.ศ. เป็น ม.

ในปี พ.ศ.๒๕๒๔ เริ่มใช้หลักสูตร ม.ปลาย ๒๕๒๔ คือเปลี่ยนจาก ม.ศ.๔-๕ เป็น ม.๔-๕-๖

ในปี พ.ศ.๒๕๓๖ เปิดโครงการ ส.พ.พ. หรือหลักสูตรเรียน ๒ปี ในระดับชั้นมัธยมปลาย๑ห้อง และเปิดหลักสูตรวิทยาศาตร์คอมพิวเตอร์ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

ในปี พ.ศ.๒๕๓๘ เปิดโครงการ ส.พ.พ. เป็นปีสุดท้าย ให้มีชั้นเรียนเป็นมาตรฐานเดียวกันหมด มีการแบ่งแผนกวิทยาศาสตร์ เป็น แผนกอุตสาหกรรม คอมพิวเตอร์ และ สถาปัตยากรรม ส่วน แผนกศิลป์แบ่งเป็น แผนกภาษา และ แผนกสังคม




ก่อน พ.ศ.๒๔๔๕ สมัยเป็นโรงเรียนหลวงในพระอาราม เข้าใจว่าไม่มีการเสียค่าเล่าเรียน

พ.ศ.๒๔๔๕ ชั้นมูล เก็บค่าเล่าเรียนปีละ ๑๐ บาท
ชั้นประถม เก็บค่าเล่าเรียนปีละ ๒๐ บาท

พ.ศ.๒๔๕๐ ชั้นมัธยม เก็บค่าเล่าเรียนปีละ ๖๐ บาท

พ.ศ.๒๔๕๒ ชั้นมูล เก็บค่าเล่าเรียนปีละ ๔๐ บาท
ชั้นประถม เก็บค่าเล่าเรียนปีละ ๔๐ บาท
ชั้นมัธยม เก็บค่าเล่าเรียนปีละ ๖๐ บาท

พ.ศ.๒๔๕๘ เก็บค่าเล่าเรียนทุกชั้นตั้งแต่ประถมปีที่๑ ถึงมัธยมปีที่๘ ในประเภทที่๑ ปีละ ๖๐ บาท

พ.ศ.๒๔๗๒ เพิ่มอัตราค่าเล่าเรียนทุกชั้นปีละ ๘๐ บาท

๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๕ ลดอัตราค่าเล่าเรียนทุกชั้นปีละ ๖๐ บาท

พ.ศ.๒๔๗๘ เก็บค่าเล่าเรียนทุกชั้นปีละ ๖๐ บาท ค่าบำรุงปีละ ๓ บาท
(เป็นค่าหนังสือแถลงการฯ ๑.๕๐บาท กีฬา ๑บาท ห้องสมุด ๕๐สตางค์)

พ.ศ.๒๔๙๔ ทางราชการสั่งเลิกเก็บค่าเล่าเรียนในโรงเรียนรัฐบาล
ให้เก็บค่าบำรุงแทน โดยทางกระทรวงศึกษาธิการจะเป็นผู้กำหนด

ลงชื่อเข้าใช้

Username
Password
ลืมรหัสผ่าน ?
สมัครสมาชิกเว็บไซต์