สังคมชาวเทพฯ > DSA Board > DSA83 (ท.ศ. 09-11) > "จุลศิริ วิรยศิริ"...ในวันที่ไร้หอเกียรติภูมิรถไฟไทย


"จุลศิริ วิรยศิริ"...ในวันที่ไร้หอเกียรติภูมิรถไฟไทย

DS27342
DSA109
12/10/24 14:40:27

"จุลศิริ วิรยศิริ"...ในวันที่ไร้หอเกียรติภูมิรถไฟไทย

   เมื่อสูญเสียบุคคลสำคัญระดับชาติอย่าง"สรรพศิริ วิรยศิริ" ท.ศ.3663 รุ่นปีเข้าศึกษา 2469 ผู้เป็นตำนานแห่งวงการรถไฟไทย ส่งผลมาถึง"จุลศิริ วิรยศิริ" ท.ศ.9873 รุ่น 2509-11 บุตรชายทำให้หอเกียรติภูมิรถไฟไทย กลายเป็นตำนานไปทันที เพราะเมื่อวานนี้ (23 ต.ค. 2555) หอเกียรติภูมิรถไฟ ที่ตั้งอยู่ภายในสวนจตุจักร ซึ่งเป็นสถานที่รวบรวมรถไฟไทยและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับรถไฟตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ต้องปิดตัวลง หลังจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) มีแผนจะนำโครงการดังกล่าวมาดำเนินการเอง 


  “จุลศิริ วิรยศิริ” ประธานชมรมเรารักรถไฟ เล่าว่า โครงการหอเกียรติภูมิรถไฟเริ่มเปิดดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค. 2532 มาถึงวันนี้ก็ครบรอบ 23 ปีพอดี แต่ก็ถือเป็นวันสุดท้ายแล้ว เพราะหลังจากนี้ไป ร.ฟ.ท.จะนำโครงการดังกล่าวมาพัฒนาเอง โดยอาจจะเปลี่ยนชื่อเป็นพิพิธภัณฑ์รถไฟ 

   สิ่งที่เป็นประเด็นความขัดแย้งระหว่างชมรมเรารักรถไฟกับ ร.ฟ.ท.นั้นยืดเยื้อมายาวนาน หลังจาก ร.ฟ.ท.มีจดหมายชัดเจนตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า ให้หอเกียรติภูมิต้องส่งมอบพื้นที่คืนให้ ร.ฟ.ท. ภายในวันที่ 22 ธ.ค. 2555 เพราะ ร.ฟ.ท.มีโครงการจะทำพิพิธภัณฑ์รถไฟเอง ผนวกกับก่อนหน้านี้มีปัญหาความขัดแย้งว่าการทำหอเกียรติภูมิรถไฟนั้น ห้ามมีรายได้ จะมาขายของ ขายเครื่องดื่มภายในบริเวณหอเกียรติภูมิไม่ได้ถือเป็นความผิด 

   จุลศิริ บอกว่า ในวันที่ 30 ต.ค.นี้ ผู้บริหาร ร.ฟ.ท.จะมาเจรจาเพื่อหาแนวทางร่วมกัน ว่าจะดำเนินโครงการนี้ต่อไปอย่างไร ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน จาก ร.ฟ.ท.ว่าจะนำโครงการดังกล่าวไปทำพิพิธภัณฑ์รถไฟต่อหรือไม่ 

   ในช่วงที่มีปัญหาหนัก เมื่อ 5 เดือนก่อน หอเกียรติภูมิรถไฟได้ปิดไประยะหนึ่ง และก็คิดว่าในช่วงที่ปิดไป ร.ฟ.ท.จะเข้ามาดูแล แต่ก็ไม่มีไร้คนดูแล อย่างที่เคยสัญญาไว้ก่อนหน้า” 

   
อย่างไรก็ตาม หากการเจรจาไม่ได้ข้อสรุป ชมรมฯ คงไม่อยู่ที่นี่ต่อไป แต่จะขอของทั้งหมดที่เป็นของชมรมฯ ไปตั้งที่อื่น ซึ่งมองไว้ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยจะทำงานร่วมกับคุณโดม สุขวงศ์ และคุณปราจิณ เอี่ยมลำเนา และจะเริ่มขนของทั้งหมดออก เนื่องจากกำหนดที่จะอยู่ได้เป็นวันสุดท้าย คือ วันที่ 22 ธ.ค. 2555 

   ที่ผ่านมาการดูแลหอเกียรติภูมิแห่งนี้ ต้องใช้งบประมาณของตัวเองและจากที่ได้รับการบริจาค การอนุเคราะห์ รวมกันปีละ 1 ล้านบาท ในขณะที่ตู้บริจาคก่อนหน้านี้ วันเสาร์-อาทิตย์ เคยได้เงินวันละเกือบ 1,000 บาท แต่ 4-5 ปี มานี้บางวันได้เพียง 20 บาทเท่านั้น เนื่องจากการเข้ามาชมเป็นการชมฟรี 

   “ผมไม่ได้มีผลประโยชน์แอบแฝงอะไรจากหอเกียรติภูมิรถไฟ แถมต้องหาเงินมาบำรุงรักษาเองด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่ผมต้องการก็คือ ส่งเสียงให้คนมาดูว่าที่นี่มีอะไรอยู่แล้วเมื่อพวกเราไม่อยู่ สภาพของที่นี่จะเป็นอย่างไร เพราะก่อนหน้า ร.ฟ.ท.ก็ทิ้งหัวรถจักร โบกี้ รถไฟเหล่านี้ไว้ไม่เคยมีการดูแล จนพวกผมเข้ามาเมื่อ 23 ปีที่แล้ว เพราะคุณพ่อสรรพสิริ วิรยศิริ เคยสั่งไว้ให้ต่อสู้ เพื่อให้มีการตั้งพิพิธภัณฑ์รถไฟให้ได้ตามที่คุณปู่ คือ พระยามหาอำมาตยาธิบดี (เส็ง วิรยศิริ) ซึ่งเคยเป็นราชเลขานุการส่วนพระองค์ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ก็สั่งให้ทำพิพิธภัณฑ์รถไฟให้ได้ เพราะรัชกาลที่ 5 ท่านรักรถไฟ อิฐทุกก้อน ไม้หมอนทุกชิ้น หรือรางรถไฟ คือ สิ่งที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 พระราชทาน นำความเจริญมาสู่ประเทศไทย คุณพ่อซึ่งเคยเป็นบอร์ดการรถไฟมาก่อน ท่านจึงขอใช้พื้นที่นี้ทำหอเกียรติภูมิรถไฟ ซึ่งต้องสานต่อ”

http://portal.rotfaithai.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&p=245870



ความคิดเห็นที่ 5


DS27342
DSA109
31/07/14 09:38:19



อ้างอิงความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4


DS27342
DSA109
24/10/12 18:50:02

 

จบตำนานหอเกียรติภูมิรถไฟไทย ย้ายหัวรถจักรไอน้ำโบราณแล้ว

http://news.voicetv.co.th/thailand/54182.html



อ้างอิงความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3


DS27342
DSA109
24/10/12 17:11:58

หอเกียรติภูมิรถไฟ

http://www.mcot.net/cfcustom/cache_page/428202.html#.UId4INeZXLs.facebook



อ้างอิงความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2


DS27342
DSA109
24/10/12 14:59:40

 

116 ปี รถไฟไทย ยังไปไม่ถึงไหน อดีตไม่รักษา อนาคตย่อมมืดมน

http://www.ryt9.com/s/tpd/1514868



อ้างอิงความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1


DS27342
DSA109
24/10/12 14:57:08

 

อวสานหอเกียรติภูมิรถไฟ




อ้างอิงความคิดเห็น

[First] 1

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็นค่ะ